การเลือกนมสำหรับเด็ก

ดื่ม ‘นม’ ทุกวันเสริมสร้างพัฒนาด้านร่างกาย สมอง พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด


foremost omega nutrition hero image

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมค่ะว่า ร่างกายของเด็กในวัย 1-3 ปี ต้องการพลังงานถึง 1,200 กิโลแคลอรี และเด็กในวัย 4-6 ปี ร่างกายต้องการพลังงาน 1,450 กิโลแคลอรี โดยสัดส่วนที่เหมาะสมของสารอาหารควรแบ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต 60 % โปรตีน 15 % และไขมัน 30 % ร่างกายจึงจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการที่จะนำไปใช้ในแต่ละวัน

นอกจากเสริมโภชนาการด้านอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่แล้ว การดื่มนมยังจำเป็นต่อร่างกาย เพราะ ในน้ำนมมีสารอาหารครบ 5 หมู่ จึงช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต การดื่มนมทุกวันยังช่วยให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ สำหรับเด็ก ยิ่งดื่มนมทุกวันยิ่งช่วยพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองให้เติบโตสมวัย การดื่มนมเป็นประจำทุกวันยังช่วยให้ตัวสูง เพราะในนมมีแคลเซียมสูงช่วยให้กระดูกเจริญเติบโต ทั้งยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกในวัยเด็ก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะในอนาคตอีกด้วย

การดื่มนมจึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ในเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป ควรดื่มนม 3 แก้วต่อวัน แต่ในวัยรุ่นอายุ 13-25 ปี ควรดื่มนมวันละ 3-4 แก้ว และสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ควรดื่มนมไม่น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วทุกคนควรดื่มนมไม่น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรดื่มนมไม่น้อยกว่าวันละ 3 แก้ว (หมายเหตุ : นม 1 แก้ว เท่ากับ 200 มิลลิลิตร เท่านมขวดขนาดเล็ก) คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่า ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอ

การเลือกนมสำหรับเด็กวัย 1-6 ปี

นมที่ขายในท้องตลาดมากมาย จะมีทั้งนมที่เหมาะสำหรับเด็ก และ สำหรับทุกคนในครอบครัว การเลือกนมสำหรับเด็กควรดูที่สารอาหารที่ระบุอยู่ข้างกล่อง โดยเน้นที่สารอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ได้แก่ โอเมก้า 3 6 9 วิตามินบี12 เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่า เด็กได้สารอาหารครบถ้วนตามความเหมาะสมของวัยของเค้า

นมโฟร์โมสต์โอเม้กา 369 เป็นนมที่คิดค้นมาจากการวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) เพื่อให้แน่ใจว่า สารอาหารครบถ้วนและเหมาะกับเด็กไทย โดยมีสารอาหารมากมายได้แก่

  1. โอเมก้า 3 6 9 ช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมอง ทั้งยังช่วยบำรุงสายตา สมอง และความจำ ลดอาการซึมเศร้า ป้องกันระบบประสาทเสื่อม และอัลไซเมอร์ เพราะโอเมก้า 3 6 9 เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ประสาท สมอง และเรตินา รวมทั้งจัดเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมองของเด็ก ทั้งยังช่วยควบคุมการทำงานของสมองให้ทำงานตามปกติอีกด้วย

  2. วิตามินดี สูง ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

  3. ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กสูง เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

  4. วิตามินบี 6 และบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง

  5. โปรตีน จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

  6. แคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟันให้ความแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ

  7. ไอโอดีนสูง เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของร่างกายและสมอง

  8. วิตามินบี 2 ช่วยในการทำงานของระบบเซลล์ผิวหนัง

  9. วิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นและการเจริญเติบโตของกระดูก

  10. สังกะสี จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์โปรตีนและสร้าง คอลลาเจน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของเด็ก

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมที่มีสารอาหารครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของเด็กในวัย 1-6 ปี ที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตและต่อยอดพัฒนาการด้านระบบประสาทและสมองอย่างสมวัยนะคะ