โอเมก้ากรดไขมันเสริมพัฒนาการ บำรุงสมอง ความจำ

โอเมก้ากรดไขมันชั้นเลิศเสริมสร้างพัฒนาการสมอง

ในแต่ละวันคนเราควรได้รับสารอาหารจากโภชนาการที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน เพื่อให้ร่างกายเติบโต แข็งแรง ระบบในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ กรดไขมันหรือหน่วยย่อยของไขมัน เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่ให้พลังงานงานแก่ร่างกาย ไขมันแบ่งได้ 2 ประเภทคือ ไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดีซึ่งถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากจะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ เช่น ไขมันสัตว์ และไขมันไม่อิ่มตัว เป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีบทบาทสำคัญมากต่อพัฒนาการ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีไขมันอีกประเภทหนึ่งที่เกิดจากการแปรรูปขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบอาหารนั้นคือ ไขมันทรานส์ ซึ่งมีโทษต่อร่างกายอย่างมากเพราะจะไปเพิ่มคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

ร่างกายคนเราสามารถสร้างกรดไขมันขึ้นเองได้ แต่ก็มีบางชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เราจึงเรียกว่ากรดไขมันจำเป็น

ลูกน้อยในวัย 0 – 6 ปี สมองเติบโตเร็วมาก ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ของลูกน้อยที่แท้จริง สารอาหารที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยพัฒนาและบำรุงสมองของเด็กอย่างมาก คือ กรดไขมันโอเมก้า

โอเมก้าสารอาหารสำคัญตัวช่วยพัฒนาสมอง

โอเมก้า หรือ กรดไขมันจำเป็นแบบไม่อิ่มตัว ตัวช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนกลาง และช่วยในเรื่องของการมองเห็น โอเมก้ามีหลายประเภทแต่กลุ่มที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อย และเป็นชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารนั้นคือ โอเมก้า3 6 และ 9 มาดูกันว่าแต่ละตัวมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

โอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างไขมันที่สำคัญในสมอง และจอประสาทตา เป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ พบได้ในผลิตภัณฑ์จากนม ปลาทะลน้ำลึก ผักโขม ไข่ ถั่ววอลนัท เป็นต้น โอเมก้า 3 ประกอบไปด้วยกรดไขมันสำคัญ 3 ชนิดคือ DHA, EPA, ALA

  • DHA (Docosahexaenoic acid) กรดไขมันในสมองและจอประสาทตา มีส่วนสำคัญมากในการเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง การเรียนรู้ ความจำ และการมองเห็นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • EPA (Eicosapentaenoic acid) เป็นสารต่อต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพ ช่วยคงความสมบูรณ์ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • ALA (Alpha lipoic acid) ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นที่เร่งการทำงานของเอนไซม์เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน และกระตุ้นการผลิตพลังงานในเซลล์ทุกๆ ส่วนของร่างกาย

โอเมก้า 6 สารสำคัญที่ช่วยให้โอเมก้า 3 ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น การมีโอเมก้า 6 อยู่ในร่างกายจึงช่วยสร้างความสมดุลให้สารเคมีในร่างกาย ลดการปวดเมื่อยและการอักเสบตามร่างกาย พบได้ในอาหารจำพวก ปลาทะเล น้ำมันถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน รำข้าว ข้าวโพด เป็นต้น

โอเมก้า 9 ประกอบด้วยกรด 2 ตัวหลักที่สำคัญมาก คือกรดโอเลอิก (Oleic acid) และ กรดอิรูสิค (Erucic acid) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้แม้ร่างกายสร้างได้เองแต่จะสร้างได้ดีเมื่อได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ช่วยรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดจึงทำให้ร่างกาย และสมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พบสารอาหารได้จากน้ำมันมะกอก คาโนลา ไขมันจากถั่วลิสง ถั่วพิตาชิโอ อัลมอนด์ น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน อะโวคาโด และงา เป็นต้น

โอเมก้า 3 6 9 มีการทำงานที่สอดคล้องกัน ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งจะทำให้ร่างกายขาดความสมดุลซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย โอเมก้า3 และ 6 จะทำงานร่วมกันเป็นสารตั้งต้นของ Prostaglandins ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสมอง และระบบประสาท ในส่วนของโอเมก้า9 จะช่วยให้โอเมก้า3 และ 6 ทำงานได้ดี แม้ว่าร่างกายจะสร้างโอเมก้า9 ได้ แต่ถ้าร่างกายขาดโอเมก้า3 และ 6 ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างโอเมก้า9 ได้เลย

ทำไมลูกน้อยถึงต้องการโอเมก้า 369

เพราะเด็กในช่วง 0 – 6 ปี สมองจะสร้างเครือข่ายใยประสาท เพื่อเชื่อมโยงเซลล์สมองเข้ากับทุกส่วนของร่างกาย และต้องอาศัยโอเมก้า 369 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นต่อโครงสร้างไขมันในสมองเพื่อให้การเชื่อมต่อนั้นสมบูรณ์ที่สุดผลลัพธ์คือ ลูกน้อยเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดี เพื่อสร้างเป็นประสบการณ์ ความทรงจำ และหล่อหลอมความเป็นตัวตนของเด็ก โดยผลจากงานวิจัย พบว่า “ลูกน้อยยิ่งมีระดับกรดไขมันโอเมก้าในเลือดมากเท่าใด ยิ่งทำแบบทดสอบด้านการรับรู้ได้ดีเท่านั้น” โดยเฉลี่ยแล้วลูกน้อยทั้งชายและหญิงอายุ 1 – 3 ขวบ ต้องการโอเมก้า 369 อยู่ที่ 0.7 กรัม/วัน ในส่วน 3 – 6 ขวบ ต้องการอยู่ที่ 0.9 กรัม/วัน

โภชนาการเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการสมอง ลูกน้อยจะฉลาดสมวัยเพิ่มความมั่นได้ง่ายๆ ด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโอเมก้า แต่อย่าลืมเรื่องการเลี้ยงดูเอาใจใส่ มอบความรัก ความอบอุ่นแก่ลูกน้อยซึ่งช่วยผลักดันพัฒนาการทางด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งคุณแม่ควรฝึกฝนการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 7 ของลูกน้อย เพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์สมวัยอย่างรอบด้านด้วยนะคะ