นมวัว VS นมพืช นมประเภทไหนเหมาะกับลูกน้อย

นมวัว VS นมพืช นมประเภทไหนเหมาะกับลูกน้อย

ปัจจุบันนมสำหรับเด็กมีให้เลือกหลายชนิด โดยส่วนใหญ่แล้วนมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ นมจากสัตว์ และนมจากพืช แต่นมชนิดไหนที่มีสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสำหรับลูกน้อยที่คุณแม่ควรเลือก? มาทำความรู้จักนมแต่ละประเภทกันค่ะ

“นมวัว” แหล่งสารอาหารสำคัญเปี่ยมล้นด้วยคุณประโยชน์

นมวัว เป็นของเหลวสีขาวประกอบด้วยสารอาหารที่ออกมาจากเต้านมวัวที่มีสุขภาพสมบูรณ์ ซึ่งในน้ำนมวัวอุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นสำหรับเด็กที่คุณแม่ควรรู้ ได้แก่

  1. โปรตีนนม ประกอบด้วย กรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิด ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ช่วยในการบำรุงกล้ามเนื้อของลูกน้อย สร้างเอนไซม์ รวมถึงเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทในสมองด้วย โปรตีนนมถือเป็นโปรตีนคุณภาพดีเนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นต่อกรัมในนม สูงกว่าค่าอ้างอิงมาตรฐานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติทั้งหมด
  2. แร่ธาตุต่างๆ นมประกอบด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเป็นหลักเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุที่ต้องการในปริมาณที่น้อยเช่น ไอโอดีน และ ซีลีเนียม โดยนมขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่ง แคลเซียมธรรมชาติที่สำคัญมาก การดื่มนมเพียง3แก้วก็ทำให้ได้แคลเซียมเพียงพอต่อวัน
  3. วิตามินต่างๆ ในนมวัวนั้นมีวิตามินที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งที่เป็นแบบละลายในไขมันเช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามิน อี วิตามินเค หรือที่ละลายในน้ำ วิตามินบี2 วิตามินบี6 และ วิตามินบี12 และ โคลีน วิตามินเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ เช่น วิตามินบี 12 ช่วยเรื่องการทำงานของระบบประสาทและสมอง วิตามินดี จะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนและโรคข้อเข่าเสื่อม
  4. ไขมัน น้ำตาลแลคโตส และสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กในการเรียนรู้อีกมากมาย นมถือเป็นอาหารที่ถูกจัดอยู่ในหมวดอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (low GI) ซึ่งจะทำให้ร่างกายปลดปล่อยพลังงานในระดับที่คงที่ ส่งผลให้ดื่มนมแล้วรู้สึกอยู่ท้องไม่หิวง่าย

คุณแม่จะเห็นได้ว่าสารอาหารในนมวัวมีความจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันของลูกน้อย เพราะในช่วงวัยของการเจริญเติบโต เด็กต้องการพลังงานไปช่วยเสริมสร้างที่กล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉง เช่น การขยับร่างกายหรือการทำกิจกรรมในแต่ละครั้งของลูกน้อย เมื่อกล้ามเนื้อเคลื่อนไหว ระบบการทำงานต่างๆ จะถูกทำลายทุกครั้ง จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจากนมมาช่วยบำรุงซ่อมแซมอยู่เสมอ

“นมพืช” ทางเลือกของลูกน้อย

นอกจากนมวัวแล้ว นมอีกประเภทที่คุณแม่บางท่านให้ความสนใจมาก คือ นมพืช ซึ่งเกิดจากการสกัดจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมข้าว นมข้าวโพด นมอัลมอนด์ หรือสกัดจากธัญพืชต่างๆ ฯลฯ ซึ่งนมจากพืชก็มีสารอาหารสำคัญ จึงเป็นทางเลือกให้กับคุณแม่ที่ลูกน้อยไม่ชอบดื่มนมวัวค่ะ นมพืชมีหลายประเภท โดยคุณประโยชน์ขึ้นอยู่กับคุณค่าทางสารอาหารของธัญพืชนั้นๆ ด้วย ดังนี้ค่ะ

  1. นมถั่วเหลือง น้ำนมที่สกัดจากถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งในนมถั่วเหลืองมีคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่ไม่เป็นไขมันอิ่มตัวเท่ากับสัตว์ ไม่มีน้ำตาลแลกโตสและไม่มีแคลเซียมสูงเท่านมวัว นอกจากนี้นมถั่วเหลืองยังช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอล โรคท้องผูก และโรคหัวใจล้มเหลวได้
  2. นมข้าว น้ำนมที่สกัดจากข้าว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ฯลฯ มีรสชาติหวาน เมื่อเทียบกับนมวัวและมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่านมวัว แต่ไม่มีแคลเซียมหรือโปรตีนเป็นปริมาณสำคัญ นอกจากนี้นมข้าวไม่มีคอลเรสเตอรอลและแลกโตส เหมาะกับผู้ที่แพ้นมถั่วเหลือง แต่ด้วยโปรตีนน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจึงไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่าสองปีรับประทาน เพราะเด็กในวัยนี้ต้องการสารอาหารจำเป็นอยู่มาก
  3. นมข้าวโพด น้ำนมที่สกัดจากข้าวโพด มีคาร์โบไฮเดรตสูง เส้นใยอาหารสูง เหมาะสำหรับช่วยเรื่องระบบขับถ่าย แต่ในข้าวโพดจะมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบน้อย และขาดกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย จึงไม่เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการสารอาหารจำเป็น
  4. นมอัลมอนด์ น้ำนมที่สกัดจากเมล็ดอัลมอนด์ มีฟลาโวนอย ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอล และปกป้องหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ และช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในนมอัลมอนด์ มีโปรตีนและแคลเซียมไม่เท่ากับนมวัว และไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้นมถั่วเหลือง
  5. นมมะพร้าว น้ำนมที่สกัดจากน้ำมะพร้าว มีวิตามินบี 12 สูง ให้พลังงานต่ำ แต่ไม่มีโปรตีนสูงเทียบเท่ากับนมอื่นๆ

การเลือกนมจากพืชให้ลูกดื่มนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสียตามคุณประโยชน์ของธัญพืชนั้นๆ แต่สำหรับเด็กในวัยกำลังเจริญเติบโตนั้นมีความต้องการสารอาหารจำเป็น โดยเฉพาะกรดอะมิโนและโปรตีน หากคุณแม่จะเลือกนมให้ลูกน้อยควรคำนึงถึงส่วนประกอบสารอาหารเป็นสำคัญ เพราะจะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายของลูกค่ะ

เปรียบเทียบ สารอาหารที่แตกต่างของ “นมวัว” และ “นมพืช”

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างแข็งแรงได้นั้นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งนมจากพืชไม่สามารถให้สารอาหารสำคัญที่ทดแทนนมวัวได้ โดยความแตกต่างด้านสารอาหารระหว่าง นมวัวกับนมพืชนั้น สามารถสังเกตข้อแตกต่างได้ดังนี้ค่ะ

ประเภทของนม นมวัว นมพืช
สารอาหาร นมถั่วเหลือง นมข้าว นมอัลมอนด์ นมข้าวโพด นมมะพร้าว
โปรตีน ✓ 8 กรัม 8กรัม / 1 แก้ว   ✓ 1 กรัม / แก้ว  
แคลเซียม ✓ 1 ใน 6 ของนมวัว      
กรดอะมิโน          
วิตามิน A        
วิตามิน B          
วิตามิน B1      
วิตามิน B2 ✓ 1 ใน 10 ของนมวัว    
วิตามิน B6      
วิตามิน B12          
วิตามิน C          
วิตามิน D   ✓ 25%    
วิตามิน E     ✓ สูงมาก    
คาร์โบไฮเดรต    
น้ำตาลแลคโตส ✓ 10 กรัม ✓ 13 กร้ม    
ไขมัน        
แร่ธาตุ     ✓ เหล็ก  
ไฟเบอร์      
โฟลิก          
เกลือแร่          
น้ำ          

เห็นได้ว่าสารอาหารครบถ้วนที่ร่างกายต้องใช้ในการเจริญเติบโตนั้นล้วนมาจากนมวัว เนื่องจากนมพืชมีสารอาหารหลักไม่เพียงพอ โดยความแตกต่างด้านสารอาหารระหว่าง นมวัวกับนมพืชนั้น สามารถสังเกตข้อแตกต่างได้ดังนี้ค่ะ

  • นมวัวมีปริมาณแคลเซียมจากธรรมชาติที่สูงกว่านมพืช นมพืชจำเป็นต้องมีการเสริมแคลเซียมเข้าไปเพื่อให้มีมากขึ้น
  • นมวัวให้โปรตีนที่สูงกว่าและมีคุณภาพดีกว่า โดยนมวัวมีโปรตีนมากกว่า นมข้าว นมอัลมอนด์ ถึง 8 เท่า ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

อย่างไรก็ตามนมจากพืชก็ยังมีประโยชน์อยู่มากเช่นกัน แต่ต้องได้รับในช่วงวัยที่เหมาะสม และการเลือกดื่มนมไม่ว่าจะนมวัวหรือนมพืชต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตปริมาณสารอาหารได้จากคำแนะนำที่ข้างนมกล่องค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากคุณแม่จะมอบสารอาหารที่ครบถ้วนจากนมเพื่อลูกน้อยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะฝึกพัฒนาการด้านต่างๆ ให้กับลูกน้อยด้วย ให้รู้จักกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมวัยค่ะ