หน้าต่างแห่งโอกาสของการพัฒนา 7 senses

foremost omega brain development 7 senses for kid content 4

คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้สู่สมองลูกที่เรียกว่า ‘หน้าต่างแห่งโอกาส’ นั้นเปิดและปิดลงในเวลาอันสั้น เมื่อเด็กได้รับการเรียนรู้หรือ การพัฒนาสมอง อย่างถูกต้องในช่วงเวลานี้ ก็จะช่วยกระตุ้นสมอง และความฉลาด ให้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราแบ่งช่วงเวลาเรียนรู้ออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน ได้แก่

  1. ระยะวิกฤต (critical period วัย 2-6 ปี) ถือเป็นวัยที่สำคัญที่สุด เราเรียกว่า เป็น window of opportunity เด็กจะมีพัฒนาการทางร่างกาย และสมองอย่างรวดเร็ว สมองจะพัฒนาถึง 90% เกือบสมบูรณ์เท่ากับผู้ใหญ่ พ่อแม่ควรเตรียมความพร้อมให้ลูกทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม การรู้คิด และส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 7

  2. ระยะอ่อนไหว (sensitive period วัย 6-10 ปี) หลังจากผ่านระยะวิกฤต ที่สมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในระยะอ่อนไหว เครือข่ายใยประสาทจะทำการตัดแต่งส่วนที่ใช้บ่อยให้คงอยู่ และส่วนที่ไม่ได้ส่งเสริมจะหายไป

  3. ระยะเกิดใหม่ (reborn period วัย 10 – 12 ปี) เป็นช่วงสำคัญก่อนที่เด็กน้อยจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เครือข่ายใยประสาทของเด็ก ได้รับการตัดแต่งจากระยะอ่อนไหว จนเหลือเพียงส่วนที่ได้รับการส่งเสริมไว้ พ่อแม่ควรจะให้ความดูแล และให้คำปรึกษาแก่ลูก เตรียมพร้อมให้เค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข

การเตรียมความพร้อม ฝึกฝน พัฒนาสมองเด็กสำหรับ โดยเฉพาะวัย 2-6 ปี ง่ายง่าย ก็คือ “การเล่น” นั่นเองค่ะ การเล่นที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องมีของเล่นมากมายหลากหลายหรือของเล่นราคาแพงเลย กิจกรรมที่เล่นกับเค้าก็สามารถเป็น กิจกรรมในบ้านได้ เพราะของเล่นสำคัญที่สุดของลูกคือคุณพ่อคุณแม่ แต่ทุกกิจกรรมที่เล่นกับเค้า พ่อแม่ต้องแน่ใจว่ามี 2 ส่วน คือ การเล่นนั้นสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเราและลูก และการเล่นนั้นต้องส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้าน ตามพัฒนาการที่เหมาะสมสำหรับช่วงวัยเด็ก เช่น การเล่นดินน้ำมัน แป้งโด และทราย กลิ้งตัวบนพรมที่มีผิวสัมผัสต่างกัน หรือ การอาบน้ำด้วยกันกับพ่อแม่ ก็เป็นการฝึกทักษะการรับการสัมผัส กิจกรรมหาภาพที่ซ่อนอยู่ในภาพ จับคู่ภาพหรือสิ่งของ การอ่านนิทานกับลูก ช่วยฝึกระบบการรับรู้ทางสายตา กิจกรรมฟังเสียงและจับคู่เสียงที่เหมือนกัน เต้นและเคลื่อนไหวตามเสียง การเล่านิทานให้ลูกฟัง ส่งเสริมระบบการรับรู้ทางการได้ยิน การให้ลูกช่วยทำอาหาร พูดคุยกันเรื่องส่วนผสมและรสชาติจะช่วยสร้างเสริมระบบการรับรส

ส่วนกิจกรรมสอนลูกให้สังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว อย่างดอกไม้ ผลไม้ ผัก ช่วยฝึกทักษะการรับรู้กลิ่น การเล่นแกว่งและหมุนชิงช้า กระโดด นอนกลิ้ง ยืนขาเดียว เหล่านี้เสริมสร้างระบบการทรงตัว ในขณะที่กิจกรรมการเคลื่อนไหว ฝึกเดินขึ้นลงบันได กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง หรือโยนรับลูกบอล ล้วนช่วยฝึกระบบการรับรู้ข้อที่กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ ประสาทสัมผัสนี้เองที่ ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องใช้สายตามอง

สำคัญที่สุดคือการเล่นผ่านกิจกรรมเสริมสร้างประสาทสัมผัสทั้ง 7 นี้เราพ่อแม่ลูกต้องเล่นด้วยกัน ยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน สบตากัน พูดคุยสัมผัสเนื้อตัวกันด้วยอ้อมกอดของความรักความอบอุ่น เชื่อไหมคะว่าในขณะที่พัฒนาการทางสมองของลูกเติบโตก้าวกระโดดผ่านการเล่นด้วยกันแบบนี้ สายใยความผูกพันของครอบครัวก็ยิ่งเหนียวแน่นมั่นคง แถมคุณพ่อคุณแม่ยังได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุดตอนเล่นกับลูก เล่นไปเล่นมาคนที่เล่นไม่เลิก ติดลูกหนึบหนับก็คือคุณพ่อคุณแม่เองน่ะแหละค่ะ ก็อยู่กับลูกน่ะเพิ่มพลังของความสุขไม่มีที่สิ้นสุดให้เราพ่อแม่นี่นา